sick but alright

posted on 30 Aug 2011 18:15 by morimomo
ช่วงกลางเดือนไปวัดมา...เป็นวัดที่แปลกมาก
แล้วก็พอวัดกลับมาได้ก็ทะเลาะกับพี่ดิเรกแบบรุนแรงด้วยเรื่องแบบง่าววที่สุดในสามโลก
ก็เข้าใจเลยว่า เสียใจเศร้าใจเหนื่อยใจ ไม่อยากคุยกับใครนี่มันเป็นยังไง
ที่รักเมสเสจมาง้อตั้งแต่สองวันหลังจากที่ทะเลาะกัน
แต่คิดออกมะว่าเวลาทะเลาะกัน after effect มันจะเยอะ
ยิ่งผญนี่คิดไกล...
ชั้นนี่เลยดาวพลูโตจะออกนอกกาแลกซี่ไปละ
กะว่า...จะเลิกแน่ๆ...ฮือ ฮือ ฮือ
ยิ่งนั่งทำงานๆ แล้วคิดถึงนี่ศุนย์เสียพลังใจไปเยอะ
คิดดู กินเวลาไปสองอาทิตย์กว่าจะกลับมาร่าเริงเป็นปกติ

จริงๆ กลับมาดีกันเร็วขึ้นเพราะฉันป่วย...ทำให้พี่เดเรกทำคะแนนตืตื้น
(เอ๊ะ กรูเล่นเทนนิสอยู่ป่ะเนี่ย)
เรื่องมีอยู่ว่า วันอาทิตย์ที่สามของเดือนไปปาร์ตี้เพื่อนที่ Coogee Beach
แล้วก็อีท่าไหนก็ไม่รู้ โมริสาวน้อยอ้อนแอ้น(ตายห่าละ)เป็นเด็กเมือง
ทำให้โดนลมทะเลนิสหน่อยก็เปื่อย เอ๊ยป่วย
หนาวสั่น แง่กๆๆ ใส่เสื้อหนาวหนาขนาดไหนก็ไม่ช่วย
พอดีพี่ดิเรกถ่ายหนังอยู่แถวนั้น(Maroubra)เลยมารับกลับบ้าน
เป็นการเจอกันครั้งแรกในรอบการทะเลาะกัน

สุขภาพเราก็ดีๆ หายๆ จนกระทั่งวันนี้ .....
พี่ดิเรกก็อดรนทนไม่ไหวกลัวชั้นตายก่อนเรียนจบ
เลยมาพาไปหาหมอ

จริงๆก็ลังเลว่าจะไปดีหรือเปล่า
เพราะรู้สึกว่า ไม่ได้ป่วยอะไรมาก...คือมันไปถึงจุดที่รู้สึกว่าใกล้ตายแล้ว
พอหลังจากจุดนั้น ท่านก็จะรู้สึกว่าไม่มีอะไรจะเสีย...
ประกอบกับหมอออสเตรเลียออกแนวบ้าบอ อีกทั้งแพง
แต่ก็ไม่รู้ว่ามันจะกลับมาอีกเมื่อไหร่ก็เลยรีบไป ไม่งั้นมันกลับมาอีกช่วงปั่นงาน
(การได้ credit แล้วโดนแฟนเหน๊บแนมนี่มันยิ่งกว่าโดนพ่อแม่กดดัน)
((เมิงจะมาอะไรกับชีวิตตรุ๊ และเกรดตรู...ก็ยังไม่เข้าใจ ))
และยิ่งแฟนพาไป แฟนก็ออกทุกอย่างให้ครบ...
(แต่ก็เดี๋ยวเอาตังค์ไปคืนมันแหละ...เกรงใจ)

พอหาหมอเสร็จก็ไปที่บ้านเรา พี่ดิเรกก็จะลง Adobe ครบเซทให้
แต่ระบบเครื่องเรามันรวนๆ (ขนาดเป็น Mac)
อยู่เลยแบบต้องล้างเครื่องลงใหม่..โอมายก้อด
ก็ระหว่างที่นั่งรอ backup file สองชม.พระเจ้าจอร์จ
ก็เลยตัดสินใจขับรถไป Maroubra ซะหน่อย 
ระยะทางไม่ได้ใกล้นะ
แต่แบบเห็นเราไม่เคยไป
ก็อาวว..ไปกัน
ฉันก็...สนุกดี .... ^^

ระหว่างทางก็คุยสับเพเหระ
(ฮือ remember the time สุดๆ <3)
เพราะไม่ค่อยมีเวลาอยู่ด้วยกัน  
เราต่างรู้อยู่ว่า กฎที่มีกันอยู่คือ 1. งาน 2.เรียน 3.ส่วนตัว
ส่วนเรา 1.เรียน 2.งาน 3.ส่วนตัว
แล้วมันเป็นคนที่งานเยอะมาก (เมิงช่วยงานน้อยกว่านี้ได้มั๊ย)
ยิ่งเดือนนี้....
ต้องไปช่วยเพื่อนถ่ายฟิลม์สั้น(โปรเจคมหาลัย)
เพื่อนรุ่นน้องมันมีห้าคน (คือทั้งปีมีอยู่แค่นั้น)
ตัวมันรุ่นพี่(ที่ฉลาดหลักแหลม พร้อพครบ)
เค้าขอให้ไปช่วย มันก็ไป...ถือเอาประสบการณ์ด้วยแต่แบบ...
เหนื่อยก็เหนื่อย ทรหด...เงินก็ไม่ได้..
ไม่อยากให้ไป แต่ทำไงได้

ระหว่างทางเจอโปสเตอร์ mad square 
ที่ Art Gallery of NSW บ้านที่รักอยู่ห่างแค่ข้ามถนน
แต่แบบ...มันไม่มีเวลาาาาาาาาาาาาาา อ๊ากกกกก จะบ้าตาย
เราก็ไซโค mad square mad square อยากไปดูด้วยกันอ่ะ
(แฮรี่พอตเตอร์มันก็อยากดูมันยังไม่ได้ไปดู ตอนนี้วอดวายไปละ)

ที่ Maroubra พี่ดิเรกมีเพื่อนอาศัยอยู่แถวนั้นแล้วก็เคยไปถ่ายหนังแถวๆนั้น
ถ้าเทียบกับ Coogee Maroubra เงียบกว่ามาก ...ไม่คึกคัก
ชายหาดก็โล่งกว่า แต่ทัษนียภาพก็ต่างกัน มีโขดหินสีเขียวที่มีคลื่นซัดดูสวยดี

อากาศข้างนอกหนาวกว่าที่เราจะออกไปเดินลั้ลลลาได้
ก็นั่งดูในรถ​(ประมาณห้านาที...นานโคตร...บอกแล้วไม่มีเวลา)
แล้วก็ไปหาอะไรกินกัน Fish and Chip and Calamari 
เวลามาเจอกันก็เหมือนกับมาแลกเปลี่ยนปสก.ว่า...
ที่ผ่านมาไม่ได้เจอกัน ไปเจออะไรมาบ้าง
เดือนหน้าจะทำอะไร โปรเจคนี้จะมีอะไร
แล้วเราเป็นพวกที่แบบ...ลืมเล่า...
อย่างตอนเข้าไปหาหมอ หมอบอกว่า
เธอเหมือนจะมีไวรัสในกระแสเลือดแล้วก็ดื่มน้ำน้อยทำให้เปื่อย แต่ก็ไม่มีอะไรมาก จุด full stop
ซึ่งเป็นส่วน featured(ตัวหนา)ที่ควรจะเอากลับมาเล่าให้ที่รักฟัง
ก็บอกว่า...หมอบอกว่าไม่มีอะไรมาก ชั้นดื่มน้ำน้อยไปหน่อย เท่านั้นจบ
หญิงโมริ ลืมส่วน featureค่ะ ทิ้งไว้ในห้องหมอ...จนที่รักซักไปซักมาเราก็เล่า...เริ่มจำได้
โดนงอน ว่าทำไมไม่เล่าตอนแรก อ่าว กูลืม ไม่ได้เหรอ
แฟนแกเป็นปลาทองนะ ไม่รู้รึงัย

พี่ดิเรกก็เล่าถึงที่พักของเพื่อนเค้าแต่ละคนให้ฟัง
ซึ่งก็เริ่ดหรูตามไสตล์เด็กต่างชาติมีกะตังอ่ะนะ
ก็ฟังแล้วก็ดีใจด้วยนะทุกคนที่มีที่อยู่ที่ดี 
คิดเล่นๆนะ ที่อยู่เราไม่ได้แย่ แต่ก็ไม่ได้เริ่ด
แต่เราก็อยู่ได้ของเรานะ
(มีห้องส่วนตัว..ห้างจากเมืองไม่มาก ราคาถูก <<สำคัญ)
อยากรู้เหมือนกันว่าเขาจะคิดยังไง เอาไว้ลองถามดีกว่า ;P

ขากลับพอกินข้าวเสร็จอะไรเสร็จ
พี่ดิเรกก็รู้สึกครั่นเนื้อครั่นตัว
สรุปไม่สบายฮ่า Ta da!
คือเจ้า(กรรมนายเวร)นี้ อ่อนแอมากๆ 
อยู่ๆ จะป่วยก็ป่วย ซะงั้น หมดสนุก อดมันส์
งง งงตรงที่มันป่วยอย่างไร้เหตุผลมากๆ
เหมือนดำดิน มุดใต้ทรายมาโผล่ที่หน้าร้านอาหารแล้วก็ป่วย

ยังแซวๆกันเลยว่า...
เธอ(โมริ)น่ะ เอาหวัดมาติดชั้น ดูสิชั้นป่วยเลย
แน่สิเธอ(พี่ดิเรก)ขอบคุณที่มาหาฉันนะ เอาโรคไปจากฉันเลยอ่ะดิ๊

แล้วก็ยังคิดถึงคำที่พี่สาวที่รุ้จักกันเคยดูดวงไว้ให้
ก็เล่าให้ดิเรกฟังว่า เขาดูว่า...
เนื้อคู่ของโมริตกเลข 7 
อาจแปลได้ว่า...
คนขี้โรค คนผิวคล้ำ ชาวต่างชาติ คนเกิดวันเสาร์
สามในสี่มันโดนไปแล้ว...แต่พี่ดิเรกไม่เชื่อเรื่องดวงอ่ะนะ
เราก็แค่เล่าในสิ่งที่ได้ยินมาเฉยๆ

ก่อนกลับก็ขอให้ที่รักหายเร็วๆ 
ไม่งั้นการเจอกันครั้งหน้าจะเป็นตอนไหนก็ไม่รู้
แถมยังกำกับด้วยว่า "ต้องคิดถึงกันบ้าง"
(สั่ง)ตอบรับเสียงดังๆ สิ!!! "Yes!!" 

ให้มันได้อย่างนี้สื :p
 
 
ปล.รู้สึกวันนี้จะพูดถึงชื่อหาด 2 หาดนี้บ่อยเลย เอา map มาแปะให้ดู จุดแดงๆคือมหาวิทยาลัยเรา
ส่วนบ้านเราอยู่ห่างจากม.ขึ้นไปทางเหนือสี่กม. (ไม่ปรากฎในแผนที่ เอิ้ก)
 coogee-maroubra

Tags